Copied

คุณแม่กินอะไร? ให้ลูกในท้องหุ่นเจ้าสัวน้อย #หุ่นหมีน่าฟั๊ด #สุขภาพแข็งแรง

8 สิงหาคม 2019 |

 กินอะไรให้ลูกในท้องตัวใหญ่อ้วนท้วมอุดมสมบูรณ์ แถมยังสุขภาพแข็งแรงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เรามาทำความรู้จัก 6อาหารสำหรับเพิ่มน้ำหนักลูกน้อยในท้อง เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกและคุณแม่ค่ะอีกทั้งทารกในครรภ์จะแข็งแรง มีน้ำหนักตรงตามเกณฑ์มาตรฐาน เป็นเจ้าสัวน้อยในครรภ์ โดยน้ำหนักลูกในครรภ์ตามเกณฑ์มาตรฐานมีดังนี้

          ✅ ทารกอายุครรภ์ 8-11สัปดาห์ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 1-7 กรัม

          ✅ ทารกอายุครรภ์12-15 สัปดาห์ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 14-70กรัม

          ✅  ทารกอายุครรภ์16-19 สัปดาห์ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 100-240กรัม

          ✅ ทารกอายุครรภ์20-23 สัปดาห์ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 300-501กรัม

          ✅  ทารกอายุครรภ์24-27 สัปดาห์ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 600-875กรัม

          ✅ ทารกอายุครรภ์28-31 สัปดาห์ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 1,500-1,502กรัม

          ✅ ทารกอายุครรภ์32-35 สัปดาห์ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 1,702-2,383กรัม

          ✅ ทารกอายุครรภ์36-39 สัปดาห์ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 2,622-3,288กรัม

          ✅ ทารกอายุครรภ์40-43 สัปดาห์ น้ำหนักปกติจะอยู่ที่ 3,462-3,717กรัม

ทารกในครรภ์ที่สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีน้ำหนักเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนหนึ่งก็มาจากการดูแลสุขภาพของคุณแม่ด้วยนะคะ เช่นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะอาหารบางชนิดก็มีส่วนช่วยในการบำรุงลูกในท้องให้ อุดมสมบูรณ์แข็งแรงแบบหุ่นเจ้าสัวไซส์มินิได้เหมือนกันค่ะ

1. เนื้อสัตว์

ควรเป็นเนื้อสัตว์ ไม่ติดมัน อย่างอกไก่ ไก่งวง หรือสันในหมู ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักของคุณแม่แล้ว ยังอุดมไปด้วยโปรตีน และสารอาหารจำเป็นอย่าง ธาตุเหล็กและวิตามินบี ที่ช่วยพัฒนาการเติบโตของลูกน้อยโดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก และเป็นอาหารบำรุงสมองช่วยให้ลูกฉลาดอีกด้วย

2. อาหารทะเล

อย่างที่ทราบกันดีว่าอาหารทะเลเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ อาทิเช่นโอเมก้า 3 ช่วยบำรุงให้ร่างกายของทารกเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ จำพวกกุ้ง ปลาทูน่า ปลาแซลมอน แต่ถ้าคุรแม่อยากเซฟเงินในกระเป๋า ก็ลองเปลี่ยนมากินปลาไทยอย่างปลาดุก ปลากะพง ทูน่ากระป๋อง ก็ทดแทนสารอาหารได้ดีเช่นกัน

3. ไข่

ใครไม่ถนัดกินเนื้อสัตว์ หรือไม่อยากตามหาอาหารทะเลให้วุ่นวาย แนะนำให้หาเป็นไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือไข่นกกระทามาทดแทนได้ เพราะนอกจากมีโปรตีนสูงแล้ว ยังมีกรดโฟลิก กรดอะมิโนโคลีน ซึ่งเป็นวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ สำหรับการพัฒนาของตัวอ่อนให้โตมามีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยคุณแม่ควรรับประทานวันละ 1 ฟอง และต้องเป็นไข่ที่ปรุงสุกอย่าง ไข่ต้ม ไข่ดาว ไข่เจียว หรือไข่ตุ๋นเท่านั้นนะคะ

4. ผักใบเขียว

เมื่อมีอาหารหนัก ๆ อย่างเนื้อสัตว์ เนื้อปลาแล้ว คุณแม่ควรเพิ่มเมนูอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัดผักรวม ในทุก ๆ มื้อด้วย เพื่อช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดี โดยเฉพาะผักใบเขียว เช่น บรอกโคลี ผักโขม คะน้า หรือดอกกะหล่ำ ที่นอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญแล้ว ยังมีโปรตีนรวมถึงแคลเซียม ช่วยพัฒนากระดูก พัฒนากล้ามเนื้อร่างกาย และเสริมสร้างสมองของลูกให้แข็งแรงอีกด้วย

5. ถั่วและธัญพืช

อาหารดี ๆ ที่กินแล้วได้ครบทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย สรรพคุณดีงามราวกับเป็นอาหารเสริมแร่ธาตุทั้งเหล็ก แคลเซียม และวิตามินบีรวม ที่ช่วยในการเจริญเติบโตของลูกในท้องได้เป็นอย่างดี โดยคุณแม่สามารถเลือกกินถั่วประเภท อัลมอนด์ วอลนัท ถั่วแดง ถั่วเหลือง หรือถั่วดำ และธัญพืชต่าง ๆ เช่น ลูกเดือย ข้าวโอ๊ต รวมถึงเปลี่ยนมารับประทานเป็นข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี แทนข้าวขาวขัดสีค่ะ

6. นม ชีส หรือโยเกิร์ต

เป็นอาหารที่หลายคนหลีกเลี่ยงเพราะกลัวว่าจะทำให้อ้วนแต่คุณแม่สามารถหาซื้อชีสสูตรไขมัน 0% โยเกิร์ตสูตรน้ำตาลน้อยหรือเปลี่ยนจากนมวัวมาดื่มนมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์แทนก็ได้เพราะอาหารจำพวกนี้เป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมชั้นยอด ที่นอกจากจะหาซื้อสะดวกแล้วยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการเจริญเติบโตและช่วยเพิ่มให้ลูกน้อยมีน้ำหนักตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยในหนึ่งวันแนะนำให้ดื่มนมอย่างน้อย 200-500 มิลลิลิตร หรือกินโยเกิร์ตไม่เกิน 2 ถ้วยค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณแม่ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมด้วยนะคะ ไม่ใช่กินแต่เนื้อสัตว์ หรือกินแต่ผักอย่างเดียวทั้งวัน เพราะการกินอะไรที่มากเกินจำเป็น อาจทำให้ลูกเกิดแพ้อาหารชนิดนั้นได้ค่ะ
ข้อมูลจาก : parentune.com, boldsky.com

Other news

โปรแกรมรักษาอาการบาดเจ็บกระดูกและข้อ โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วย Pain Away Program

20 สิงหาคม 2019

ขับของเสียสะสม ลดอาการบวมน้ำ พร้อมกระตุ้นระบบน้ำเหลือง ด้วยโปรแกรม Double Detox Program

19 สิงหาคม 2019

อยากรู้ว่า ท้อง..ไม่ท้อง ดูง่ายๆแค่ 7 ข้อ!!

16 สิงหาคม 2019